วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วัฒนธรรมไทยในบัจจุบัน

วัฒนธรรมไทยกับวัยรุ่นในปัจจุบัน
            จากสังคมไทยในปัจจุบัน  สิ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน  คงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราปฏิเสธไม่ได้  ซึ่งได้แก่เรื่องวัฒนธรรมของไทยกับเยาวชนของไทย  ในอดีตวัฒนธรรมของไทยเป็นวัฒนธรรมที่ดีงาม
            แต่ในปัจจุบันนับตั้งแต่คนไทยอย่างเราไปรับเอาอิทธิพลของชาวต่างชาติเข้ามา  เช่น  วัฒนธรรมของเกาหลี,วัฒนธรรมของวัยรุ่นญีปุ่น  ฯลฯ  ซึ่งแสดงให้เห็นได้ชัดในเรื่องของการแต่งกาย,การเจาะตามร่างกายส่วนต่างๆ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร  ซึ่งในสมัยก่อนพ่อแม่ของเราจะสอนให้รักนวลสงวนตัว  แต่งตัวรัดกุมมิดชิด  ไม่เป็นที่ล่อตาล่อใจจากเพศตรงข้าม  แต่ในปัจจจุบันวัฒนธรรมของเราได้เปลี่ยนไป  จากที่เคยแต่งกายสุภาพสมกับเป็นกุลสตรีไทย  ก็เหลือเพียงการนุ่งน้อยห่มน้อย  แทบจะปกปิดอะไรไม่ได้  และปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่  คือเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร  ซึ่งเยาวชนของไทยในปัจจุบัน  ไปเลียนแบบพฤติกรรมของชาวต่างชาติมาเป็นจำนวนมาก  เลยมองเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ  ไม่มีความสำคัญอะไร  ซึ่งเป็นการยอมรับวัฒนธรรมที่ผิดๆ  ของชาวต่างชาติเข้ามา  ในปัจจุบันเป็นปัญหาระดับชาติที่เราจะต้องนำมาคิดและพิจารณาว่าจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร  เยาวชนคือผู้ที่จะต้องรักษาวัฒนธรรมสืบต่อไป  จะเป็นอย่างไรถ้าเรารับแต่วัฒนธรรมที่ผิด  และลืมวัฒนธรรมของไทยเราเอง
            นายสุชาติ  ไชยมะโน  นายกสมาคมเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย  ในฐานะประธานที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร  ได้กล่าวไว้ว่า

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คลายเครียดง่ายๆได้ที่นี่

10 วิธีในการคลายความเครียด

1. ฟังเพลง หามุมสงบ
นั่ง ปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟังเพลง เบา ๆ โดยเฉพาะเพลงจำพวก Meditation ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ทั้งเสียงของดนตรี บรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ จำพวกเสียงคลื่น..เสียงน้ำตก..เสียงนกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคื่นสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ เชียวล่ะ

2. ฉายเดี่ยวดูภาพยนตร์
ขอ แนะนำให้ฉายเดี่ยวแล้วตีตั๋วดูหนังดีๆ สักรอบ เพราะการไปดูหนังเนี่ยเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้ ล่องลอยอย่างเป็นอิสระไม่จมอยู่กับปัญหา แถมระบายความอัดอั้นตันใจได้อย่างเห็นผล แต่ต้องถามตัวเองก่อนนะว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น ถ้าอยากร้องไห้ก็ไปดูหนังรักเศร้าเคล้าน้ำตาแล้วก็ร้องไห้ออกมาซะให้พอ หรือถ้าเครียดจัดก็จงไปดูหนังตลกแล้วหัวเราะให้หลุดโลกไปเลย

3. โทรหาเพื่อนรู้ใจ
อย่า คิดว่าตัวเองจะแก้ปัญหาทุกปัญหาได้ดีไปซะหมด หัวใจสาวมั่นแม้จะแกร่งเพียงใดก็ยังต้องการที่พึ่งพิงเสมอ ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนรู้ใจสันคนแล้วระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ เพราะการมีคนรับฟังและให้คำปรึกษา จะทำให้ชีวิตที่เอียงกะเท่เร่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า ไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลกไงล่ะ

4. เขียนไดอารี่
การ เขียนไดอารี่เปรียบเสมือนการเปิดประตูอารมณ์ที่ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจ ต่างๆ ได้ไหลลงสู่หน้ากระดาษอย่างเป็นอิสระและเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะการถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขื้น อีกทั้งระหว่างการเขียนไดอารี่นั้นยังถือเป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดี ที่สุดด้วย ส่วนข้อดีสุดเลิศอีกข้อก็คือ ไดอารี่เป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุด เพราะรับฟังเราเสมอและไม่เคยเอาความลับไปบอกต่อไงล่ะ

5. พลังแห่งการสัมผัส
ลอง มองหาใครสักคนช่วยโอบกอดหรือสัมผัสเบา ๆ เวลารู้สึกเหนื่อยล้าดูสิ เพราะร่างกายคนเราเวลาถูกสัมผัสเนี่ย จะทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อ "อ๊อกซี่โทชิน" ซึ่งมีผลในการลดระดับความเหนื่อยและความเครียด ช่วยให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เลือกตั้งเดือด2554

ความก้าวหน้าการเลือกตั้ง2554

 

อภิสิทธิ์  ยืนยันพร้อมเป็นรัฐบาลให้คนทุกสี

อภิสิทธิ์  ยืนยันพร้อมเป็นรัฐบาลให้คนทุกสี
อภิสิทธิ์  ยืนยันพร้อมเป็นรัฐบาลให้คนทุกสี
อภิสิทธิ์ วอนอย่าตกใจ หากเห็นข่าวถูกคนเสื้อแดงไล่ ยืนยันจะเดินหน้าขอคะแนน และพร้อมเป็นรัฐบาลให้คนทุกสี
(23 มิ.ย.) วานนี้ (22 มิ.ย.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ตระเวนปราศรัยหลายจุดใน จ.ชลบุรี เวทีสุดท้ายคือ ศาลากลางจังหวัด ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังอย่างท่วมท้น พร้อมขอบคุณชาวชลบุรีที่เคยเลือก ส.ส.ของพรรคยกจังหวัด และที่ผ่านมาลงพื้นที่ก็ได้รับการตอบรับที่ดี แต่บางครั้งมีคนเพียงไม่กี่คนมาป่วน จึงมีข่าวว่าถูกไล่และต่อต้าน จนประชาชนที่สนับสนุนใจเสีย วอนขออย่าตกใจ ยืนยันไม่ถอย เพราะมีประชาชนหนุนหลัง จะเดินหน้าปรองดอง แต่ไม่สนับสนุนแนวทางนิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย และการเลือกตั้งวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ จะเป็นตัวชี้ว่า ประชาชนอยากให้คนเสื้อแดงมาเป็นรัฐบาล หรือให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลต่อ พร้อมยืนยันจะแก้ปัญหาให้คนทุกกลุ่มทุกสี
นายอภิสิทธิ์ ยังได้ชี้แจงถึงการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชาว่า ไม่มีวันที่รัฐบาลของตนจะไปสมคบกับกัมพูชา หรือยอมให้เสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ในทางกลับกัน สมัยรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย กลับไปยอมรับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ว่าเป็นของกัมพูชา. - สำนักข่าวไทย